087-725-0955


Home » Thai Articles -บทเรียน แบบฝึกหัด ที่ต้องฝึกฝนใน “วิชาชีวิต” » หลักการเลือกคู่ครองแบบคนธรรมดา ที่โลกธรรมชาติ น่าจะต้องการแบบนี้ไหม?

หลักการเลือกคู่ครองแบบคนธรรมดา ที่โลกธรรมชาติ น่าจะต้องการแบบนี้ไหม?

topic ที่ว่าด้วยเรื่องความรักและการเลือกคู่ครอง ไม่ว่าคนจะเลือกด้วยการยึดอะไรเป็นหลัก เขาก็ต้องรับผิดชอบผลของมัน เรื่องนี้พระพุทธเจ้าได้สอนการใช้ชีวิตแบบครองเรือนว่าด้วยการเลือกคู่ไว้แล้ว มีรายละเอียดในหนังสือที่เคยแนะนำไปแล้ว พระพุทธเจ้าเป็นผู้รอบรู้ มีปัญญาเลิศล้ำจริง ใครจะคิดทฤษฏีของตนเองขึ้นมาเพื่อใช้ปฏิบัติเองก็แล้วแต่ท่านไม่ได้ว่า แต่ผลของมันเป็นอย่างไรก็รับไปตามเหตุที่สร้างนั้นๆ การทำอย่างที่ท่านสอนในเบื้องต้น ก็ได้หลักประกันว่าจะไม่ต้องได้รับทุกข์หนักหนา ทุกข์ที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่เลือกทางแบบโง่ๆ นั้นมันทำให้เป็นทุกข์มากเกินไปและขัดขวางการเจริญก้าวหน้าไปสู่ผู้มีปัญญา ผู้ที่จะเป็นคนให้ก้าวไปสู่ความสมบูรณ์ เต็มคนมากขึ้นเท่านั้นเอง เพราะทุกวันนี้คนมันก็ต่างบ้าๆ บอๆ ไม่ได้เต็มกันหรอก

 

คนเราก็ย่อมเป็นเหมือนสัตว์โลกทั้งหลายที่ต่างก็ต้องการความรัก หลักวิธีดำเนินชีวิตที่หากเราเลือกได้ดี เราก็คงจะได้รับการเติมเต็มจากความรักได้ดียิ่งขึ้น เพื่อเป็นพลังที่ก้าวไปข้างหน้าที่พัฒนาให้ก้าวหน้าให้เติบโต สมบูรณ์ขึ้นต่อไป เพราะความขาดพร่องคนเราจึงต้องกระทำแบบ ที่ทำให้อะไรต่างๆ แย่ลงไม่ว่าภายใน และภายนอกต่อสังคมต่อโลก สิ่งที่ต้องมุ่งแสวงหา จะคืออะไร หากไม่ใช่การปรับเข้าสู่ความสมดุลในตัวเอง เพราะถ้าสุดโต่งไม่เคยดี ขนาดกินอาหาร มันรสชาดไม่สมดุล หนักไปทางเผ็ดทางเค็ม ทางเปรี้ยว หรือหวานยังใช้ไม่ได้เลย เหมือนกันกับทุกสิ่ง ที่ต้องการไปอยู่ที่ความพอดี ลงตัว

 

โลกนี้ยังไม่ต้องการให้น้ำมากเกินไป ป่าน้อยเกินไป หรือแล้งไป หนาวไปร้อนไปแบบนั้นไม่ไหว จะต้องตายแน่ๆ ไม่เหมาะกับการมีชีวิตอยู่ให้สบายๆ พอดีๆ

 

บางคนเลือกคู่ที่อิงความรักที่เรารักเป็นหลักไม่ใช่เขาจะเป็นคนดีหรือไม่? ถ้าเป็นฉัน หากฉันรักใครแล้วคนนั้นไม่ได้รักฉันตอบ อาจจะรู้สึกว่าจะต้องอยู่ด้วยเพราะอะไรก็ตามแต่ไม่ได้รัก ฉันจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดมากมายเกินไปแบบนั้นก็รับไม่ได้เหมือนกัน มันเคยรู้สึกอย่างนั้นมาก่อน แม้การที่ถูกเฉยชา หมางเมิน ก็แปลว่าไม่ใช่แล้ว ฉันคง ignore สิ่งที่เป็นแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ หากเราคนเดียวเป็นคนที่ใส่ใจ

 

จากการที่ได้เห็นบางคนเขาเลือกจะอยู่กับคนแบบนั้น แม้มีใครมารักเค้าก็จะไม่สนใจสนใจแต่คนที่เขารัก แม้ว่าเขาไม่ดีสักเพียงใด สิ่งที่ปรากฏคือ ชีวิตที่เธอสร้างปัญหาให้กับอารมณ์ตัวเอง เพราะเธอขาดความอบอุ่นความใส่ใจจากคนที่รัก มีแต่การเกรี้ยวกราด ด่า และการไม่สนใจ ไม่ดูแล ปล่อยให้เธอเลี้ยงลูกเองตามลำพัง คือแค่อยู่เพื่อช่วยงานบ้านให้เขา แต่เขาจะไม่สนใจดูแลเธออะไร แล้วถ้าจะไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร จะเลิกถ้าจะไปไหนอย่างไรเขาก็ไม่แคร์อยู่แล้ว เขาบอกว่าก็ในเมื่อถ้าเธอจะไปแล้วฉันจะทำอะไรได้ เพราะฉะนั้นเธอรู้ว่าเขาพร้อมเลิก แต่ความรักมากมายเธอจะไม่เลิกเอง

 

การเป็นเช่นนั้นมันโหดร้ายต่อชีวิตของเธอมากไปไหม? ไม่รู้เพราะเธอยอมรับมันเพราะว่าเธอเลือกเอง เธอบอกว่าเธอยอมรับแต่ประเด็นผลต่อชีวิตที่เพื่อนฝูงที่คือมานินทา ต่อว่า ต่างๆ นานา เพราะเธอไปยืมเงินรบกวนเขา และไม่สามารถคืนให้ได้ เพราะก็มีหนี้กับเพื่อนคนอื่นๆ อีกมากมาย แล้วมันเยอะ พอกขึ้นๆ เมื่อคือนอกเวลาทำงานเธอไม่สามารถไปทำงานพิเศษได้ ต้องทำงานบ้านให้สามีด้วย ต้องดูแลเขาด้วยแต่ทำแตด้านเดียวเขาไม่ให้ตอบมันเลยหนัก

 

ความหนักเช่นนี้มันมีผลสะสมเป็นอารมณ์ความเก็บกด ที่ทำให้ก็มาระเบิดกับลูกตัวเองมาฉุนเฉียว วีนลูก เป็นผีเข้าผีออก อารมณ์ไม่ปกติ คนก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นคนผีเข้าผีออกอย่างนั้นแหละ ทั้งที่เป็นคนที่จิตใจดีมาก ความหนักเอียงข้าง ความไม่สมดุลเช่นนี้ที่เธอบอกว่าทำให้เขาได้ ชีวิตคู่ถ้ามาคิดว่าถูกเอาเปรียบ คิดเล็กคิดน้อยก็คงจะเป็นครอบครัวกันไม่ได้แล้ว เธอว่างั้น

 

แต่ความเห็นแก่ตัวอย่างนั้นเธอไม่มองเห็นจะมองเห็นว่าจะไปคิดว่าเขาเห็นแก่ตัวไม่ได้นั่นคือการมองคนแง่ลบ มองทางไม่ดีก็จะไม่ดี เธอจะไม่คิดอย่างนั้น ประเด็นก็คือ เวลาที่ทำอะไรก็ไม่ขึ้น ทำอะไรก็เป็นการก่อหนี้ก่อสินแปลว่าอะไร? คำถาม ที่เป็นปัญหาก็คือ เมื่อดำเนินชีวิตไปเรื่อยๆ มันติดลบไปเรื่อยๆ หรือว่ามันจะเมื่อเหนื่อยนักก็ขอให้ทรงตัวไปก่อน ถ้ายังใช้หนี้เก่าไม่ได้ ก็ขอให้ไม่ก่อเพิ่มไปก่อน แล้วก็ต้องหาทางลดมันไปได้ให้ผ่อนชำระให้มันเป็นก้อนที่เล็กลง ๆ เราก็จำเป็นต้องทำกันอย่างนั้น ถ้ามันได้มากน้อยอย่างไร ประเด็นนี้ต้องกลับมาทบทวนวิถีชีวิตให้มาก

 

ว่ามันใช่หรือความคิดที่เราคิดเราเลือกแบบนี้?? เพราะคำโบราณมักว่าไว้อย่างชาญฉลาด ที่ชาวบ้านว่า ผัวเมียถ้าซื่อสัตย์ต่อกันแล้วทำงานด้วยกันไปจะเจริญ ผัวเมียไม่ซื่อสัตย์ทำงานอยู่ด้วยกันไป แล้วมันก็จะไม่มีอะไรมาช่วยจะยิ่งฉิบหาย สิ่งนี้ต้องเอามาทบทวนไหม?

 

ถ้าคนชอบไม่กลับบ้านแล้วไปนอนไหนเธอไม่รู้หรอก ไม่ต้องการไปรู้ ทำอย่างนั้นเป็นประจำ เธอบอกว่าเขาไม่ชอบมีเมียเป็นตำรวจไปเที่ยวติดตามดูเขา คือเขายังคงมีชีวิตที่อิสระ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แล้วยังมีคนดูแลอีก เขาจะทำอะไรก็ทำได้อีก โชคดีจริงนะชายคนนี้ ดังนั้นเธอไม่ต้องการรับรู้กลัวว่ามันจริงอีก เลยคือจับไม่ได้คาหนังคาเขานี่ เธอว่าก็แล้วไป แล้วเธอก็จะไม่ติดตามไปดูหรอก แบบนี้ก็ไม่มีวันจับได้เพราะเธอไม่คิดเล็กคิดน้อย

 

หนักไปไหม? ชีวิตที่ขาดสมดุลเพราะเธอร้องไห้ทุกอาทิตย์แต่ก็ไม่ว่าอะไรเพราะว่า เธอต้องการอย่างนั้นเอง แล้วมันจะไม่แห้งเหียวไปหน่อยหรือ มันจะทำงานการอะไรที่ทำให้เจริญ หากเราจะเลือกอยู่กับคนที่เรารัก และถ้าเขาจะดีไม่ดี ไม่ได้ไปสนใจ ก็ช่างเรื่องนั้นน่ะ คือเรื่องรักสำคัญกว่า…????

 

ใครทำได้บ้างอย่างนี้?? คนเราต้องการความรักตอบ เพื่อเป็นพลังให้ก้าวไปข้างหน้าไปสู่ความเจริญเติบโต ถ้าไม่สงสารตัวเองก็สงสารลูกนี่ลูกยังไม่รัก เพราะลูกต้องมารองรับอารมณ์ความเครียด….!!!

 

การเลือกใชชีวิต การเลือกที่จะเชื่อดวงว่าดวงคนนั้นแข็งกว่า เค้าเลยข่มดวงฉันได้ เขาเลยข่มชีวิตฉันได้ แบบนั้น ทั้งที่ไปสถานที่ปฏิบัติธรรม และปฏิบัติของตัวเองอยู่ทุกวัน เลือกจะเชื่อว่าท่านพุทธทาสสอนว่า การทำหน้าที่ในครอบครัวเป็นภรรยาที่ดี คือการปฏิบัติธรรม เลือกที่จะเชื่อเฉพาะคำสอนที่มันชอบ ที่มันใจจะต้องการอย่างนี้เห็นด้วยกับท่านอย่างนี้

 

ลืมดูคำสอนว่าต้องทำหน้าที่ของแม่ที่ดี แต่ก็คิดว่าทำหน้าที่ของแม่ที่ดีแล้วเพราะคือทำงาน หาเงินมาเลี้ยงลูก ให้ลูกอยู่ทุกวัน ลืมดูว่าใส่อารมณ์กับลูกทุกวัน

 

นั่นเป็นประเต็นตัวอย่าง ที่เจอผู้หญิงที่ดีๆ สักคนหนึ่ง แล้วเราว่าดีจริงไหม? ก็จิตใจก็ดี มีน้ำใจอัธยาศัยดี อะไรก็คือดี คนเห็นท่าทางดี คนว่าน้องคนนี้นิสัยดี เราว่าถ้าคนเราทำร้ายตัวเองได้ถึงขนาดนี้ แล้วเขาเป็นคนดีอย่างไร? คนดีต้องไม่พูดร้ายไม่ทำร้ายแล้ว เขาไม่ทำร้ายคนอื่นหรอก โดยเจตนา แต่ถ้าบังเอิญอย่างคือทำให้เพื่อนไม่สบายใจ เพราะยืมเงินเขา เวลาไม่คืนเขาบ่นให้ผู้เขียนฟัง และสามีเขาบ่นหนักมาก ผู้ชายพูดแรง สามีของเพื่อนคนท่บ่นนี้ แล้วผู้ชายไม่พูดมากพูดแรง มันก็คือทำกรรมหน่ะ

 

เวลาที่เราเห็นคนใช้ชีวิตอย่างนี้ หลักชีวิตที่เขาเดินตามแบบนี้ เราเองทำไม่ได้ เพราะเค้าว่าเราคิดเล็กคิดน้อยมั๊งที่อยู่ไม่ได้หรอกกับคนที่เรารักแต่ไม่ได้รักเรา

 

ไม่ได้ว่าเรื่องเขาจะเป็นคนดีหรือเลว เพราะสิ่งนี้เป็นแค่ปรากฏการณ์แห่งพฤติกรรมทุกคนย่อมทำทั้งดี ทำทั้งไม่ดี เพราะไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซนต์และเลวร้อยเปอร์เซนต์ทุกคนบนโลกใบนี้มีทั้งสองด้าน ถ้าเราเลือกมองด้านดี เราก็ว่าเขาเป็นคนดี หรือมองด้านเลวก็ว่าเขาเป็นคนเลว ขนาดโจรก็ยังมีข้อดี ที่รักลูกรักเมียรับผิดชอบ แต่ถ้าชายคนที่เล่ามาสามีคนนี้ ไม่ใช่เป็นโจรทำงานสุจริต แต่แค่ไม่รักเมียเท่านั้นเอง ลูกเขาก็รัก เพียงแต่ไม่ให้เงินทองไม่ซื้ออะไรให้เท่านั้นเอง แต่ความรักนั้นก็ให้อยู่ยังให้เล่นคอมเลย นั่นคือความบันเทิงที่เขาให้ลูกไง ทำไมจะไม่รัก…

 

ปรากฏว่าการเป็นคนดี ก็เป็นได้มีเหตุผลอย่างนั้นอย่างนี้ก็เลยเป็นคนดี โจรก็เป็นคนดีได้ด้วยเหตนั้นเหตุนี้และเป็นคนเลวได้ด้วยเหตุใดๆ ก็ตามเป็นได้ทั้งสองอย่าง

 

ประเด็นมีแค่ว่าถ้าคนรักกัน แล้วตั้งใจจะพากันไปที่ที่ดีขึ้น ก็ต้องหันหน้าเข้าหากันปรับเปลี่ยนตัวเอง เพื่อลดละ สิ่งที่ไม่ดีที่ตัวเองมี เพื่อเป้าหมายเดียวกันมันก็ดีขึ้นเองแหละ ประเด็นจึงอยู่ที่ทำไม เราถึงไม่อาจจะเลือกคนที่เรารัก แล้วไม่ต้องคำนึงเหตุผลข้ออี่นคือขอให้เรารักเขาเป็นพอ ได้ เขาไม่ได้จำเป้นต้องเป็นคนดีหรอก เพราะเหตุผลที่กล่าวมาแล้วแปลว่า คนเราไม่มีใครที่เป็นคนดี มีแต่คนที่ต้องพัฒนาให้ดีขึ้นแบบเดียวกับฉันนี่แหละ ที่คือคนที่กำลังพัฒนาไม่ใช่คนที่พัฒนาแล้ว ถ้าตระหนักรู้ว่าเป็นคนกำลังพัฒนาเหมือนกัน และรักกัน ช่วยกันพัฒนากันไป ประคับประคองกันไป แค่นี้ก็ใช่ได้แล้ว ไม่ใช่เป็นคนที่เรารักแบบที่ยกตัวอย่างมานั้นไม่ไหวนะ

 

ฉันไม่ได้เก่งพอ ฉันไม่มีความพร้อมที่จะสละชีวิตให้คนที่เรารักมากมายเพียงนั้นแล้วมันขาดปัญญา เพราะที่ทนทุกข์นั้นได้อะไร? นอกจากเพียงคำว่า เธอนี่มันโง่ หรือด่าว่าอีโง่ในใจเสมอ อย่างนั้น ฉันเป็นเพียงคนธรรมดาที่ต้องการจะรัก และต้องการรักตอบไม่ใช่ คือไม่คาดหวัง แล้วคือไม่คิดเล็กคิดน้อย…

 

ฉันเป็นคนที่ตามธรรมชาติคือต้องการกลับสู่ความสมดุลความพอดี เมื่อมีอะไรที่ต้องทำ เมื่อต้องใช้ชีวิตกับคนใด หรืออะไรก็ตามก็ต้องคอย เช็ค คอยปรับมันให้เข้าไปสู่ความสมดุล ความพอดี ความลงตัว อย่างที่ธรรมชาติต้องการอย่างนั้นเพื่อ ความสุข สงบ สบาย ไม่รู่มร้อย กังวล เสียสมดุล จิตตก จิตวุ่นวาย เกรี้ยวกราด เครียด ทุกข์ แบกทุกข์อม ทุกข์ เก็บก่ด อะไรแบบนั้น ก็คือไม่ได้สามารถ รักใครได้มากเท่านั้น จนต้องยอมให้ตัวเองไปเจอสภาพอะไรดังที่ได้กล่าวมาอย่างนั้นไม่ได้

 

คือก็เป็นคนธรรมดาจริงๆ ที่คนเข้าใจกันได้โดยทั่วไป ไม่ได้วิเศษไปกว่านั้นนั่นแหละ..


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>